5 เรื่องลูกต้องพร้อม...ก่อนไปโรงเรียน
โดย เกตน์สิรี
1.หนูต้องเข้านอน-ตื่นนอนเป็นเวลา
การปรับเวลาถือว่าสำคัญมาก เพราะเด็กส่วนใหญ่เมื่ออยู่ที่บ้านจะนอนและตื่นไม่ค่อยเป็นเวลา การไปโรงเรียนต้องเข้าเรียนเป็นเวลา ถือเป็นการเริ่มต้นฝึกความมีวินัยในตัวเองค่ะ
วิธีการ
- ดูเวลาเข้าเรียนของโรงเรียน จากนั้นคำนวณเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เพื่อกำหนดเวลาเข้านอน-ตื่นนอน
- โดยทั่วไปปรับเวลาให้ลูกเข้านอนสักช่วง 2-3 ทุ่มค่ะ ส่วนเวลาตื่นขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนอยู่ใกล้หรือไกลบ้าน ถ้าถึงเวลาแล้วลูกยังไม่ยอมลุกจากที่นอน ก็ต้องหาวิธีดึงดูดใจ เช่น หนูรู้มั้ยวันนี้แม่ทำกับข้าวที่ลูกชอบด้วยนะ หรือ เช้านี้มีการ์ตูนที่ลูกชอบ...ถ้าลูกยังไม่ยอมตื่นก็อดดูนะ ดูเสร็จแล้วจะได้ไปโรงเรียนกัน
- ใกล้ถึงเวลานอน ส่งสัญญาณให้ลูกรู้ล่วงหน้าด้วยการอาบน้ำ แปรงฟัน ใส่ชุดนอน เล่านิทาน หรือเปิดเพลงให้ลูกฟังก่อนนอน จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย
- ถึงเวลานอน ต้องปิดโทรทัศน์ ปิดไฟ และสิ่งที่จะกระตุ้นความสนใจของลูกให้หมด ไม่ชวนลูกทำกิจกรรมหรือชวนคุย เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากหลับ
2.หนูต้องช่วยเหลือตัวเองได้
กินข้าว ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้า ใส่เสื้อ ใส่กางเกง เข้าห้องน้ำ ฯลฯ เป็นการปลูกฝังพื้นฐานการใช้ชีวิตให้ลูก ถ้าเข้าโรงเรียนแล้วเขายังทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ จะทำให้ลูกอาจเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ช้าลง เพราะต้องมาฝึกในเรื่องเหล่านี้ให้ได้ก่อนค่ะ
วิธีการ
- ให้ลูกช่วยเหลือตัวเองอย่างจริงจัง เช่น หลังจากลูกตื่นนอนก็บอกให้ลูกรู้ว่าเขาต้องทำอะไร เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าว จากนั้นก็ให้ทำสิ่งที่ยากขึ้น เช่น ใส่เสื้อ กางเกง ครั้งแรกๆ คุณแม่อาจทำให้ดูก่อน 'หนูดูแม่ติดกระดุมนะ เม็ดที่ 1 เม็ดที่ 2 ส่วนเม็ดที่ 3 หนูลองติดเองดูซิ' วันต่อๆ มาค่อยเพิ่มจำนวนจนลูกติดได้เองจนหมด
- ถ้าลูกทำช้า พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปช่วย เพราะนั่นคือการปิดโอกาสการเรียนรู้ของลูก ที่สำคัญอย่าบังคับหรือเร่งลูก เพราะจะทำให้ลูกเครียด แต่ควรทำให้เป็นกิจกรรมที่สนุก เช่น ขณะอาบน้ำก็มีของเล่นให้ ขณะใส่เสื้อก็เล่นติดกระดุมกัน เช่น หนูดูซิ...กระดุมของหนูสีเขียว ของแม่สีแดง ของพ่อสีขาว เป็นต้น เพราะการฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองจะทำให้ลูกมีความมั่นในใจตัวเองตามมาค่ะ
- ที่สำคัญคือ ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องเลิกช่วยลูกค่ะ
3.หนูต้องกินอาหารเอง
การกินอาหารตามเวลาถือเป็นกิจวัตรประจำวันอีกอย่าง ที่ลูกจะต้องทำให้ได้ด้วยตัวเอง พ่อแม่ควรดูเวลากินอาหารของโรงเรียน ว่ามื้อหลักกี่โมง อาหารว่างกี่โมง จากนั้นก็ปรับเวลาให้ตรงกัน เพื่อให้เกิดความเคยชิน
วิธีการ
- สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ให้ลูกนั่งโต๊ะกินข้าว โดยกินพร้อมกันทั้งครอบครัว เพื่อจะได้เรียนรู้ว่านี่คือเวลากินข้าว
- ถ้ายังจับช้อนเองไม่ได้ คุณแม่จับช้อนไปพร้อมกับมือลูก ที่สำคัญสมาธิลูกต้องอยู่ที่การกินข้าว ไม่ใช่ปากกินข้าวแต่ตาจ้องทีวี ลูกก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร
- เมื่อลูกนั่งโต๊ะได้แล้วปล่อยให้ลูกตักอาหารกินเอง อาจเลอะเทอะบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเป้าหมายหลักคือการให้ลูกกินได้เอง และคำพูดที่ไม่ควรพูดขณะลูกกินข้าว คือ 'ตักกินดีๆ...อย่าให้หกนะลูก หรือ กินเร็วๆ สิลูก' เพราะจะทำให้ลูกไม่อยากกินและต่อต้าน
- ไม่ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยู่ที่ไหน กับใคร เมื่อถึงเวลากินอาหารก็ต้องให้ลูกกิน ถึงเวลานอนก็ต้องให้นอน เพราะความสม่ำเสมอในการฝึกจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องทำ
4.หนูต้องบอกความต้องการได้
การฝึกให้ลูกสามารถบอกความต้องการของตัวเอง เมื่อต้องการเข้าห้องน้ำ อึ ฉี่ หรือรู้สึกเจ็บปวด ไม่สบาย โดยเฉพาะบอกกับคุณครูและเพื่อนๆ เช่น กล้าบอกเพื่อนๆ ว่าไม่ให้แย่งของเล่น หรือบอกว่าชอบ ไม่ชอบอะไร แม้เป็นเพียงคำสั้นๆ แต่เมื่ออยู่ที่โรงเรียนคุณครูจะช่วยต่อยอดทักษะเหล่านี้ให้ลูกได้ในระดับที่ดีขึ้น
วิธีการ
- พ่อแม่ควรพูดบอกความต้องการของตัวเองให้ลูกได้ยินบ่อยๆ เช่น แม่ไปห้องน้ำก่อนนะ หรือ ลูกช่วยหยิบหนังสือให้แม่หน่อยซิ เพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็น
- คอยสังเกตว่าลูกต้องการอะไร อย่ารู้แทนลูกทุกอย่าง ให้ลูกมีโอกาสได้พูดออกมา และควรกระตุ้นให้ลูกพูดบ่อยๆ เช่น 'ลูกต้องการอะไรจ๊ะ...ต้องการน้ำหรือเปล่า' เพื่อให้เขาพูดคำนั้นออกมาแล้วค่อยหยิบให้ ไม่ใช่แค่ลูกปรายตาปุ๊บ...ก็หยิบให้เลย
- การเล่านิทานให้ลูกฟัง แล้วพูดคุยกับลูก เช่น หนูอยากฟังนิทานเรื่องอะไรจ๊ะ ระหว่างที่เล่าไปก็ถามให้ลูกตอบไปเรื่อยๆ ลูกอาจตอบได้เป็นคำสั้นๆ พอมาโรงเรียนลูกได้อยู่ในสังคมที่ใหญ่ขึ้นก็จะช่วยให้ลูกพูดได้ไปเอง
- ท่าทีของลูก พ่อแม่สามารถตอบสนองลูกได้ เช่น ลูกยืนเอามือจับก้นแสดงว่าลูกอาจปวดอึ หรือเอามือจับเป้ากางเกงแสดงว่าปวดฉี่ ถ้าลูกไม่มีอาการใดๆ คุณแม่ต้องดูว่าลูกเข้าห้องน้ำนานหรือยัง ถ้านานแล้วก็ชวนไปเข้าห้องน้ำ เพื่อให้ลูกได้ฉี่ก็ได้
- เจ้าตัวเล็กที่ยังใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปอยู่ คุณแม่ก็เลิกใส่ให้ลูก แต่เปลี่ยนเป็นกางเกงในแทน ซึ่งช่วงแรกที่ฝึกอาจเลอะเทอะบ้าง ค่อยๆ ฝึก ไม่ใจร้อนค่ะ
5.หนูต้องมั่นใจในตัวเอง
เด็กวัยนี้กลัวการพลัดพราก การไปโรงเรียนทำให้เขารู้สึกกังวล กลัวว่าพ่อแม่จะทิ้งให้อยู่ที่โรงเรียน จะเห็นว่าช่วงอาทิตย์แรกของการเปิดเทอมจะมีเด็กร้องไห้ บางคนก็ร้องเป็นเดือนกว่าจะปรับตัวได้ ซึ่งถ้าพ่อแม่สร้างความมั่นใจให้ลูก ลูกก็จะมีความมั่นใจไปโรงเรียนค่ะ
วิธีการ
- พ่อแม่ต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า โรงเรียน คือที่ที่พ่อแม่ไว้ใจให้ลูกได้ไปเรียน ความมั่นใจที่พ่อแม่แสดงออก จะช่วยกระตุ้นให้ลูกมั่นใจตามมาค่ะ
- พูดคุยถึงเรื่องราวที่โรงเรียนให้ลูกฟัง หรือพาลูกไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเพื่อนๆ และคุณครู
- อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าตอนเช้าพ่อแม่มาส่ง พอตอนเย็นพ่อแม่ก็จะมารับ ไม่ได้ทิ้งลูกไปไหน หรือถ้าลูกติดของเล่นชิ้นโปรด ก็ให้ลูกเอามาที่โรงเรียนได้ค่ะ เพราะของเล่นชิ้นโปรดจะเป็นที่พึ่งทางใจของลูกได้
- ไม่ควรใช้คำพูดที่ทำให้ลูกหวั่นไหว เช่น ถ้าร้องไห้มากๆ หรือดื้อแม่จะส่งให้ไปอยู่กับครูที่โรงเรียน เพราะคำพูดเหล่านี้จะทำให้ลูกยิ่งหวั่นไหวและกลัวว่าจะถูกทิ้งมากยิ่งขึ้นค่ะ
- แสดงให้ลูกเห็นว่าการที่ลูกไปโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่ภูมิใจมาก 5 เรื่องที่ต้องตรียมตัวลูกให้พร้อมดังกล่าว ถ้าลูกทำได้ เขาก็จะไปโรงเรียนอย่างมั่นใจ มีความสุข และสนุกกับการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่จะได้เจอค่ะ
อ่านต่อได้ในนิตยสารรักลูกเดือน พฤษภาคม 2551 ค่ะ
ข้อมูลจากนิตยสาร : ฉบับที่ 304 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2551
แนะนำโรงเรียน
ข้อมูลทั่วไป บรรยากาศโรงเรียน อาหารการกิน สัมภาษณ์เกี่ยวกับโรงเรียนกิจกรรมต่างๆ
Cooking English Class ทัศนศึกษา ทดลองวิทยาศาสตร์ ทดลองเรื่องแม่เหล็กคุยกับคุณครู
ศิษย์เก่าคนเก่ง ความสำเร็จของชาวอมรรัตน์ สาระน่ารู้ข่าวสาร
ภาพงานกีฬาอนุบาลครั้ง 2 ประจำปี 2551